top of page
เซสชั่นการเขียนโค้ดในที่ทำงาน
Automate Content System สายพานผลิตคอนเท้ระบบผลิตคอนเท้นท์อัตโนมัติ โพสต�์อัตโนมัติ วีพลัสอะ

Automate Content System Workshop | สร้างระบบผลิตคอนเทนต์อัตโนมัติสำหรับธุรกิจ

ถ้าธุรกิจคุณต้องทำคอนเทนต์ทุกวัน แต่ยังรู้สึกเหมือนเริ่มจากศูนย์ทุกครั้ง นี่คือสัญญาณว่าคุณไม่ได้ขาดความขยัน แต่กำลังขาด “ระบบ”

Automate Content System Workshop

เปลี่ยนการทำคอนเทนต์จากงานที่ต้องเริ่มใหม่ทุกวัน ให้กลายเป็นระบบที่ธุรกิจใช้ต่อเนื่องได้

เวิร์กช็อป 2 วันสำหรับเจ้าของธุรกิจ SME, เจ้าของเพจ, ทีมการตลาด

และผู้ที่ต้องการสร้างระบบผลิตคอนเทนต์ของตัวเอง


เรียนรู้แนวคิดเบื้องหลัง Automate Content System ของ WePlus และวิธีวาง Content Engine

ที่ช่วยให้การคิดหัวข้อ เขียนสคริปต์ เตรียมเสียง สร้างภาพประกอบ ประกอบคลิป

จัดเก็บไฟล์ และส่งต่องานเป็น workflow ที่เป็นระบบมากขึ้น

​

​

นี่ไม่ใช่คอร์สสอนทำคลิปด้วยเครื่องมือใดเครื่องมือหนึ่ง
แต่คือการเรียนรู้ว่า ธุรกิจจะสร้าง “เครื่องจักรผลิตคอนเทนต์”

ของตัวเองได้อย่างไร

​

​

​

ถ้าธุรกิจคุณต้องทำคอนเทนต์ทุกวัน แต่ยังรู้สึกเหมือนเริ่มจากศูนย์ทุกครั้ง

นี่คือสัญญาณว่าคุณไม่ได้ขาดความขยัน แต่กำลังขาด “ระบบ”

​

หลายธุรกิจมีคนทำคอนเทนต์อยู่แล้ว
มีเครื่องมือ AI อยู่แล้ว
มีไอเดียอยู่แล้ว
แต่คอนเทนต์ยังออกไม่สม่ำเสมอ ยอดยังแกว่ง และเจ้าของยังต้องตามเองแทบทุกขั้นตอน

​

ปัญหาที่เกิดขึ้นบ่อย เช่น

​

  • วันนี้ยังไม่รู้จะโพสต์อะไร

  • หัวข้อซ้ำ ๆ เพราะไม่มีระบบหมุนคอนเทนต์

  • ต้องรอคนเขียน คนตัดต่อ คนทำภาพ ทีละขั้น

  • พอคนใดคนหนึ่งหยุด งานทั้งสายก็หยุดตาม

  • มีไฟล์เยอะ แต่กระจัดกระจาย หาไม่เจอ ส่งต่อไม่เป็นระบบ

  • ใช้ AI แล้ว แต่ยังต้องคอยสั่งใหม่ทีละชิ้น

  • ทีมผลิตคอนเทนต์ได้ แต่ไม่มีระบบติดตามว่าอะไรเสร็จ อะไรยังค้าง

  • อยากลงหลายช่องทาง แต่ทุกช่องทางยังต้องทำซ้ำด้วยมือ

  • เจ้าของธุรกิจยังต้องเป็นคนแบกทั้งไอเดีย กลยุทธ์ และการอนุมัติ

  • คอนเทนต์ออกบ้างหายบ้าง ทำให้แบรนด์ไม่ต่อเนื่อง และโอกาสขายหายไปโดยไม่รู้ตัว

​

​

หลายครั้งปัญหาไม่ได้อยู่ที่ “ทีมไม่เก่ง”
แต่อยู่ที่ธุรกิจยังไม่มี workflow ที่ทำให้คนเก่งทำงานได้เร็วขึ้น และทำให้คนทั่วไปทำงานได้ถูกขึ้น

​

ธุรกิจยุคนี้ไม่ได้แพ้เพราะไม่มีไอเดีย แต่แพ้เพราะไม่มีระบบผลิตคอนเทนต์ที่ทำซ้ำได้

​

คอนเทนต์ไม่ควรเป็นงานที่ต้องเริ่มจากศูนย์ทุกเช้า

​

ถ้าธุรกิจของคุณต้อง:

  • คิดหัวข้อใหม่ทุกวัน

  • เขียนสคริปต์ใหม่ทุกครั้ง

  • หาไฟล์ใหม่ทุกคลิป

  • ตัดต่อใหม่ทุกงาน

  • ส่งไฟล์กันหลายรอบ

  • เขียนข้อมูลโพสต์ใหม่ทีละชิ้น

  • ไล่เช็กสถานะงานด้วยการถามกันในแชท

​

​

นั่นแปลว่าธุรกิจยังใช้ “แรงคน” แทน “ระบบ”

​

​

เมื่อปริมาณคอนเทนต์เพิ่มขึ้น ปัญหาเหล่านี้จะไม่ได้ค่อย ๆ เพิ่ม
แต่จะทวีคูณขึ้นทันที

สิ่งที่เจ้าของธุรกิจควรมี ไม่ใช่แค่ AI tool เพิ่มอีกตัว
แต่คือ Content Engine ที่ทำให้เนื้อหา ไฟล์ ทีม และ workflow เดินไปในทิศทางเดียวกัน

​

​

​

​

​

​

​

​

​

​

​

​

​

​

​

​

​

​

​

Automate Content System คืออะไร

​

Automate Content System คือแนวคิดการวางระบบผลิตคอนเทนต์ให้ธุรกิจสามารถรับข้อมูลต้นทางเพียงบางส่วน แล้วพัฒนาไปสู่ชิ้นงานคอนเทนต์ที่พร้อมใช้งานได้อย่างเป็นลำดับ

พูดง่าย ๆ คือ จากเดิมที่ทีมต้องทำงานกระจัดกระจายหลายขั้นตอน
ระบบจะช่วยจัดให้ทุกอย่างไหลเป็น workflow เดียวกันมากขึ้น

​

​

ตัวอย่างสิ่งที่ระบบสามารถช่วยจัดการในกระบวนการผลิตคอนเทนต์:

​

  • รับสคริปต์หรือไฟล์เสียงเป็นจุดเริ่มต้น

  • ช่วยสร้างองค์ประกอบที่ต้องใช้ต่อในงานคอนเทนต์

  • ช่วยจัดลำดับขั้นตอนการผลิต

  • ช่วยประกอบวิดีโอให้เป็นรูปแบบที่พร้อมใช้งาน

  • ช่วยเก็บไฟล์และสถานะงานให้เป็นระบบ

  • ช่วยส่งต่อข้อมูลไปยังขั้นตอนการโพสต์หรือการติดตามผล

​

ศักยภาพที่สำคัญที่สุดของระบบนี้ ไม่ใช่แค่ “ทำให้คลิปหนึ่งชิ้นเสร็จเร็วขึ้น”

แต่คือการทำให้ธุรกิจเริ่มมีโครงสร้างที่ตอบคำถามได้ว่า:

​

  • วันนี้ต้องผลิตอะไร

  • งานอยู่ขั้นตอนไหน

  • ใครต้องทำอะไรต่อ

  • ไฟล์อยู่ที่ไหน

  • คอนเทนต์ชิ้นนี้พร้อมใช้หรือยัง

  • ระบบจะช่วยลดงานซ้ำส่วนไหนได้บ้าง

​

จากการทำคอนเทนต์แบบคนต่อคน สู่ Content Engine ที่ธุรกิจเป็นเจ้าของเอง

​

ธุรกิจส่วนใหญ่เริ่มจากการพึ่งคนเก่งไม่กี่คน

คนหนึ่งคิดหัวข้อ
คนหนึ่งเขียน
คนหนึ่งตัดต่อ
คนหนึ่งโพสต์
เจ้าของเป็นคนคุมภาพรวมทั้งหมด

​

วิธีนี้ใช้ได้ช่วงที่งานยังน้อย
แต่เมื่อธุรกิจเริ่มต้องโพสต์สม่ำเสมอขึ้น ต้องมีหลายเพจ หลายสินค้า

หลายแคมเปญ หรือหลายช่องทาง ปัญหาจะเริ่มชัดทันที

​

ระบบนี้ช่วยแก้ปัญหาอะไรให้ธุรกิจได้บ้าง

​

1. ลดการเริ่มต้นใหม่ซ้ำ ๆ

แทนที่ทุกคลิปต้องเริ่มจากการประชุม คิดหัวข้อ เขียนใหม่ หาไฟล์ใหม่ และจัดขั้นตอนใหม่ทั้งหมด
ธุรกิจจะเริ่มมี workflow กลางที่ใช้ซ้ำได้

​

2. ลดการพึ่งเจ้าของธุรกิจในทุกขั้นตอน

เจ้าของยังคงกำหนดทิศทางและคุณภาพได้
แต่ไม่จำเป็นต้องเป็นคนคุมทุกไฟล์ ทุกข้อความ และทุกสถานะงานด้วยตัวเอง

​

3. ทำให้ทีมทำงานสอดคล้องกันมากขึ้น

เมื่อทุกคนรู้ว่า input คืออะไร ขั้นตอนถัดไปคืออะไร และ output ที่ต้องส่งต่อคืออะไร
งานจะไม่เสียเวลาจากการถามซ้ำหรือรอคำอธิบายใหม่ทุกครั้ง

​

4. ทำให้ AI กลายเป็นส่วนหนึ่งของธุรกิจ ไม่ใช่แค่ของเล่น

แทนที่จะใช้ AI แยกเป็นครั้ง ๆ ระบบช่วยให้ AI เข้าไปอยู่ใน flow งานจริง เช่น การช่วยคิด ช่วยสร้างองค์ประกอบ ช่วยจัดการข้อมูล หรือช่วยให้กระบวนการต่อกันได้

​

5. ทำให้คอนเทนต์ออกได้สม่ำเสมอขึ้น

แบรนด์ที่สม่ำเสมอ มักถูกจดจำได้ง่ายกว่า
และธุรกิจที่มีระบบ มักสร้างความต่อเนื่องได้ดีกว่าธุรกิจที่รอแรงบันดาลใจ

​

6. ทำให้ต่อยอดได้ง่ายขึ้นในอนาคต

​

​

เมื่อธุรกิจมีโครงสร้างที่ดีแล้ว คุณสามารถค่อย ๆ เพิ่ม:

​

  • โหมดคอนเทนต์หลายประเภท

  • หลายแบรนด์หรือหลายเพจ

  • ทีมที่เข้ามาช่วยกันทำงาน

  • ระบบติดตามผล

  • ระบบโพสต์

  • การเชื่อมกับงานการตลาดอื่น

โดยไม่ต้องรื้อทุกอย่างใหม่ตั้งแต่ต้น

​

 

ระบบสร้างคอนเท้นท์และโพสต์อัตโนมัติ  Automate Content System.png

Automate Content System 

พาร์ทที่ 1

พาร์ทที่ 2

พาร์ทที่ 3

เห็นปัญหาจริงของงานคอนเทนต์
มองให้ออกว่าธุรกิจเหนื่อยเพราะขาดไอเดีย หรือเพราะยังไม่มีระบบผลิตคอนเทนต์ที่ทำซ้ำได้

แปลงงานคอนเทนต์ให้เป็น Workflow
เรียนรู้การแตกงานเป็น input, process, output และออกแบบ flow ที่ทีมทำตามได้จริง

สร้าง Content Engine ของตัวเอง
เข้าใจแนวคิดเบื้องหลังระบบ และนำไปวางระบบคอนเทนต์ของธุรกิจให้ต่อเนื่อง ลดงานซ้ำ และขยายต่อได้  Fine Tune ให้เข้ากับธุรกิจ

ศักยภาพของโปรแกรมที่ผู้เรียนจะได้เห็น

​

ภายในเวิร์กช็อป ผู้เรียนจะได้เห็นแนวคิดและศักยภาพของระบบที่สามารถรองรับ workflow ค

อนเทนต์ได้หลายรูปแบบ เช่น

  • เริ่มจากสคริปต์ แล้วพัฒนาไปสู่คลิปที่พร้อมใช้งาน

  • เริ่มจากไฟล์เสียงจริงของเจ้าของแบรนด์ แล้วต่อยอดเป็นวิดีโอคอนเทนต์

  • รองรับรูปแบบวิดีโอที่มีผู้พูดหรือ avatar และรูปแบบที่ไม่มี avatar

  • ใช้งานได้กับคอนเทนต์หลายแนว เช่น ธุรกิจ, How-to, Storytelling, รีวิวสินค้า, การศึกษา หรือคอนเทนต์ไวรัล

  • ช่วยจัดการลำดับงานจากเริ่มต้นจนถึงงานเสร็จ

  • ช่วยเก็บข้อมูลไฟล์และความคืบหน้าในระบบเดียวกันมากขึ้น

  • ช่วยให้การทำงานประจำวันของทีมมีแบบแผน ไม่ต้องอาศัยความจำอย่างเดียว

​

​

สิ่งสำคัญคือ ผู้เรียนจะไม่ได้แค่ “เห็นว่าระบบทำอะไรได้”
แต่จะได้เรียนรู้ว่า ระบบแบบนี้ถูกคิดอย่างไร และจะกลับไปวาง workflow

สำหรับแบรนด์ของตัวเองได้อย่างไร

​

ทำไมธุรกิจควรลงทุนเรียนรู้ระบบนี้ แทนที่จะจ้างคนเพิ่มอย่างเดียว

​

การจ้างคนเพิ่มอาจช่วยให้ทำงานได้มากขึ้นชั่วคราว
แต่ถ้า workflow เดิมยังไม่ชัด คุณอาจได้แค่ “คนเพิ่มในระบบที่ยังยุ่งเหมือนเดิม”

​

การลงทุนเรียนรู้ Automate Content System ช่วยให้คุณ:

​

  • มองเห็น bottleneck ของงานคอนเทนต์ตัวเองชัดขึ้น

  • รู้ว่างานส่วนไหนควรใช้คน และงานส่วนไหนควรให้ระบบช่วย

  • ออกแบบขั้นตอนให้ทีมทำงานได้ซ้ำและเร็วขึ้น

  • ลดความเสี่ยงที่ความรู้จะอยู่กับคนใดคนหนึ่งเท่านั้น

  • เปลี่ยนคอนเทนต์จากค่าใช้จ่ายรายวัน ให้กลายเป็นสินทรัพย์ของธุรกิจ

  • สร้าง foundation สำหรับการขยายแบรนด์ในอนาคต

​

​

พูดอีกแบบคือ
คุณไม่ได้ลงทุนแค่เพื่อให้ “ทำคลิปเร็วขึ้น”
แต่ลงทุนเพื่อให้ธุรกิจมี วิธีทำคอนเทนต์ที่ไม่พังง่ายเมื่อปริมาณงานเพิ่มขึ้น

​

​

​

​

​

​

​

​

​

​

​

​

​

​

​

​

​

​

​

​

ใครเหมาะกับเวิร์กช็อปนี้

​

เวิร์กช็อปนี้เหมาะกับ:

  • เจ้าของธุรกิจ SME ที่ต้องทำคอนเทนต์ต่อเนื่อง

  • เจ้าของเพจหรือเจ้าของแบรนด์ที่ยังต้องตามงานคอนเทนต์เองเกือบทุกขั้นตอน

  • ทีมการตลาดที่อยากลดงานซ้ำและสร้าง workflow กลาง

  • ผู้ที่ทำคอนเทนต์จำนวนมากและเริ่มรู้สึกว่างานกระจัดกระจาย

  • คนที่ใช้ AI ทำคอนเทนต์อยู่แล้ว แต่อยากเปลี่ยนจากการใช้แบบชิ้นต่อชิ้น ไปสู่การใช้แบบเป็นระบบ

  • ผู้ที่อยากเรียนรู้วิธีคิดเบื้องหลัง Content Engine เพื่อนำไปปรับใช้กับธุรกิจของตัวเอง

  • องค์กรหรือทีมเล็กที่อยากทำงานได้เป็นระบบมากขึ้นโดยไม่ต้องขยายทีมเร็วเกินไป

​

อาจไม่เหมาะกับใคร

​

เวิร์กช็อปนี้อาจไม่เหมาะกับ:

  • คนที่ต้องการแค่เรียนตัดต่อวิดีโอแบบพื้นฐาน

  • คนที่อยากได้สูตรสำเร็จโดยไม่อยากทำความเข้าใจ workflow ของตัวเอง

  • คนที่คาดหวังว่าระบบจะทำทุกอย่างแทนโดยไม่ต้องวางกลยุทธ์คอนเทนต์เลย

  • คนที่ต้องการให้ WePlus ทำระบบ production ส่วนตัวให้เสร็จทั้งหมดภายในเวิร์กช็อปนี้

​

​

หากต้องการให้ WePlus วางระบบให้พร้อมใช้จริงเฉพาะธุรกิจ สามารถสอบถามบริการ Private / Clone / Implementation แยกตามขอบเขตงานได้

​

คุณจะได้เรียนอะไรใน 2 วัน

​

วันที่ 1: เข้าใจปัญหาและออกแบบระบบให้เป็น

  • ทำไมหลายธุรกิจทำคอนเทนต์เยอะ แต่ยังไม่เกิดความต่อเนื่อง

  • ความต่างระหว่าง “มีทีมคอนเทนต์” กับ “มี Content Engine”

  • วิธีมองงานคอนเทนต์ให้เป็น workflow

  • วิธีแยก input, process, output ของระบบคอนเทนต์

  • การออกแบบลำดับงานตั้งแต่ไอเดียไปจนถึงชิ้นงานพร้อมใช้

  • จุดที่ AI และ automation ควรเข้ามาช่วยจริง

  • วิธีคิดเพื่อลดงานซ้ำโดยไม่ทำให้คุณภาพแบรนด์หายไป

  • ตัวอย่าง workflow จริงจากระบบของ WePlus

​

วันที่ 2: เห็นภาพระบบจริง และวางแนวทางของตัวเอง

  • เปิดภาพรวมการทำงานของ Automate Content System

  • เห็นตัวอย่าง flow ตั้งแต่ต้นทางจนถึงงานเสร็จ

  • เรียนรู้วิธีแปลงกระบวนการคอนเทนต์ให้เป็นระบบที่ทำซ้ำได้

  • เข้าใจการออกแบบโหมดคอนเทนต์หลายประเภทสำหรับธุรกิจ

  • เรียนรู้แนวคิดการจัดไฟล์ การติดตามสถานะ และการส่งต่องาน

  • เห็นวิธีใช้ AI ให้เป็นส่วนหนึ่งของ workflow ไม่ใช่แค่ผู้ช่วยรายครั้ง

  • วิเคราะห์ว่าธุรกิจของตัวเองควรเริ่ม automate จุดไหนก่อน

  • วาง Blueprint เบื้องต้นของ Content Engine สำหรับธุรกิจตัวเอง

​

สิ่งที่ผู้เรียนจะได้กลับไป

  • เข้าใจว่า Content Engine ที่ดีควรประกอบด้วยอะไร

  • มองเห็นจุดอ่อนใน workflow คอนเทนต์ของตัวเอง

  • รู้วิธีแยกงานที่ควรใช้คน กับงานที่ควรใช้ระบบช่วย

  • เห็นภาพจริงของระบบผลิตคอนเทนต์อัตโนมัติที่ทำงานเป็นขั้นตอน

  • ได้แนวทางออกแบบ workflow สำหรับแบรนด์หรือธุรกิจของตัวเอง

  • ได้ Blueprint เบื้องต้นเพื่อนำไปต่อยอดเป็นระบบภายใน

  • เข้าใจวิธีใช้ AI และ automation ในเชิงธุรกิจ ไม่ใช่แค่เชิงเครื่องมือ

  • มีมุมมองใหม่ต่อการทำคอนเทนต์ จาก “งานโพสต์รายวัน” ไปสู่ “ทรัพย์สินที่สร้างซ้ำได้”

​

ทำไมเรียนกับ WePlus

​

WePlus ไม่ได้สอนจากทฤษฎีล้วน

ระบบ Automate Content System ถูกพัฒนาขึ้นจากปัญหาจริงของการทำคอนเทนต์ในธุรกิจจริง
ไม่ว่าจะเป็นการผลิตสคริปต์ การใช้เสียงจริง การทำวิดีโอ การจัดไฟล์ การส่งต่อข้อมูล

หรือการต่อ workflow ให้ทีมใช้ได้ต่อเนื่อง

​

สิ่งที่ผู้เรียนจะได้จาก WePlus จึงไม่ใช่แค่ “รายการเครื่องมือ”

 


แต่คือ:

​

  • วิธีคิดของคนที่สร้างระบบจริง

  • การมองงานคอนเทนต์ในภาพรวมธุรกิจ

  • ประสบการณ์จากการทำระบบที่เชื่อมหลายขั้นตอนเข้าด้วยกัน

  • ความเข้าใจว่าอะไรควร automate และอะไรควรยังคงใช้มนุษย์

  • แนวทางสร้างระบบที่ใช้ได้จริง ไม่ใช่แค่เดโมสวย

​

ลงทุน 29,999 บาท คุณไม่ได้ซื้อแค่ความรู้เรื่องระบบ

แต่กำลังซื้อวิธีคิดที่ช่วยให้ธุรกิจทำคอนเทนต์ได้ยั่งยืนขึ้น

​

ถ้าคุณมองคอนเทนต์เป็นเพียงงานประจำวัน
คุณอาจยังคิดว่าการโพสต์ให้ทันก็เพียงพอ

​

แต่ถ้าคุณมองคอนเทนต์เป็นเครื่องมือสร้างแบรนด์ สร้างยอดขาย

และสร้างความน่าเชื่อถือระยะยาว
คุณจะเห็นทันทีว่า ธุรกิจที่ไม่มีระบบผลิตคอนเทนต์

กำลังเสียทั้งเวลา โอกาส และพลังของทีมไปทุกวัน

​

​

​

สิ่งที่คุณได้จากเวิร์กช็อปนี้จึงไม่ใช่เพียงการเรียนรู้ระบบของ WePlus


แต่คือการได้กลับไปพร้อมมุมมองใหม่ว่า:

​

  • ธุรกิจของคุณควรสร้างคอนเทนต์แบบไหน

  • ควรให้ระบบช่วยตรงไหน

  • ควรจัด workflow อย่างไร

  • และจะเปลี่ยนงานคอนเทนต์จากสิ่งที่ต้อง “คอยทำ” ให้กลายเป็นสิ่งที่ธุรกิจ “บริหารได้” อย่างไร

​

​

รายละเอียดเวิร์กช็อป

​

ชื่อโปรแกรม: Automate Content System Workshop
ระยะเวลา: 2 วัน
ราคา: 29,999 บาท / ท่าน
รูปแบบ: เวิร์กช็อปสด กลุ่มเล็ก
เหมาะสำหรับ: เจ้าของธุรกิจ SME, เจ้าของเพจ, ทีมการตลาด,

                      ผู้ที่ต้องการสร้างระบบคอนเทนต์ของตัวเอง

​

​

คำถามที่พบบ่อย

ต้องมีพื้นฐานเทคนิคมาก่อนไหม

ไม่จำเป็นต้องเป็นโปรแกรมเมอร์ค่ะ เวิร์กช็อปนี้เน้นให้เข้าใจวิธีคิดของระบบและ workflow ก่อน เพื่อให้เจ้าของธุรกิจหรือทีมการตลาดมองภาพรวมได้ชัดขึ้น

​

​

เรียนแล้วจะได้ระบบพร้อมใช้เลยไหม

​

ใช่ วางระบบแล้วลงมือทำจริงในคลาส

​

​

ต่างจากคอร์สสอนทำคอนเทนต์ทั่วไปอย่างไร

คอร์สทำคอนเทนต์ทั่วไปมักเน้นการคิดโพสต์ เขียนแคปชัน หรือทำวิดีโอรายชิ้น แต่

Automate Content System เน้นการสร้าง workflow ที่ทำให้ธุรกิจผลิตคอนเทนต์

ได้ต่อเนื่องและจัดการได้เป็นระบบ

​

ระบบนี้เหมาะกับธุรกิจขนาดเล็กไหม

เหมาะมาก โดยเฉพาะธุรกิจที่ทีมยังเล็ก แต่ต้องทำคอนเทนต์สม่ำเสมอ

เพราะระบบที่ดีช่วยให้ทีมเล็กทำงานได้เป็นขั้นตอนและลดการพึ่งเจ้าของมากเกินไป

​

ถ้ามีทีมคอนเทนต์อยู่แล้ว ยังควรเรียนไหม

ควรค่ะ เพราะทีมที่มีอยู่แล้วจะทำงานได้ดีขึ้นมาก หากมี workflow กลางที่ชัดเจน ลดงานซ้ำ และเชื่อมการทำงานแต่ละช่วงเข้าด้วยกัน

​

เวิร์กช็อปนี้สอนแค่การทำคลิปใช่ไหม

ไม่ใช่ค่ะ คลิปเป็นเพียงผลลัพธ์หนึ่งของระบบ แต่หัวใจของเวิร์กช็อปคือการเข้าใจ

Content Engine และการวางระบบผลิตคอนเทนต์สำหรับธุรกิจ ทั้งระบบ

​

ถ้าธุรกิจมีหลายเพจหรือหลายประเภทคอนเทนต์ ระบบนี้ต่อยอดได้ไหม

ได้เลยค่ะ หลักคิดของระบบสามารถต่อยอดไปสู่หลายเพจ หลายประเภทคอนเทนต์

และ workflow ที่ซับซ้อนขึ้นได้ เมื่อวางโครงสร้างพื้นฐานถูกต้องตั้งแต่แรก ปรับใช้ได้กับทุกธุรกิจ

ที่ต้องการสร้างการรับรู้ในโลกอินเตอร์เน็ต และกระจายเนื้อหาได้ในทุกวัน 

​​

​

ถ้าคุณรู้สึกว่าธุรกิจต้องทำคอนเทนต์ตลอดเวลา แต่ยังเหนื่อยเหมือนเริ่มจากศูนย์ทุกวัน
Automate Content System Workshop จะช่วยให้คุณเริ่มมองเห็นว่า

ปัญหาจริงอาจไม่ใช่การขาดไอเดีย แต่คือการขาดระบบ

​

เรียนรู้วิธีคิดเบื้องหลังระบบผลิตคอนเทนต์ของ WePlus สร้างระบบของคุณเอง
แล้วนำกลับไปวาง Content Engine ของธุรกิจตัวเองให้ทำงานได้เป็นระบบยั่งยืน

สอบถามรอบเรียน Automate Content System Workshop
Line: @weplusacademy
Website: www.weplusacademy.com

automate content system ระบบสร้างคอนเท้นท์และโพสต์อัตโนมัติ อวาตาร แบรนดิ้ง โคลนนิ่ง.png

Contact

8/22 ซอย 1 

หมู่บ้านวิสต้าปาร์ค ถ.รัชดา-รามอินทรา คันนายาว กรุงเทพฯ

ติดต่อด่วน:

096-8514545
065-4642383

ฝ่ายขาย:
wepluscoporation@gmail.com

บริการลูกค้า:
weplusacademy@ gmail.com

Follow

ลงทะเบียน รับโปรโมชั่นพิเศษ และข่าวสารเทคโนโลยีและแพลทฟอร์มโซเชียลก่อนใคร

Thanks for subscribing!

ฝากวางผลงาน:
wepluservices@ gmail.com

Punyachoksap Co.,Ltd

© 2023 by Weplus Academy ( Punyachoksap Co.Ltd.)

bottom of page